Saturday, December 15, 2012

ผัดเผ็ดหมูป่า

m
 วันนี้เอิงลองทำผัดเผ็ดหมูป่าอย่างที่พี่วัฒน์แนะ นำ คือหั่นหมูแล้วเอาไปลวกก่อนให้สุกแล้วรีบผัดหนังจะออกมาไม่เหนียว อิอิ ทำแล้วค่ะ หน้าตาเป็นเช่นนี้ค่ะ...
m
มาค่ะ มาดุขั้นตอนการทำเลยค่ะ...เตรียมหมูป่าเลยค่ะ...
m
จากนั้นหั่นเป็นชิ้นค่ะ...
m
แล้วเอาไปลวก ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ...
m
ส่วนเครื่องปรุงอื่นๆๆมี... พริกแกงผัดเผ็ดค่ะ ใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง เขียว ใบมะกรูดหั่นฝอย..
m
อิอิ  เอิงใส่สะตอด้วยค่ะ...
m
เครื่องปรุงมี น้ำตาล น้ำปลา รสดี  ซีอิ๊วขาว ...
m
เครื่องครบแล้ว  ลงมือผัดได้เลยค่ะ...

ตั้งกะทะใส่น้ำมันพอร้อนใส่เครื่องแกงลงไปผัด  ผัดไฟอ่อนๆๆจนเครื่องแกงหอมค่ะ...
m
เครื่องแกงเริ่มหอมแล้ววว
m
เอิงใส่น้ำตาลลงไปค่ะ...
m

 

ตามด้วยรสดี...
m

ตามด้วยน้ำปลา..
m
จากนั้นเอาหมูลงไปเลยค่ะ...
m
เอิงใส่น้ำไปนิดหน่อย เพื่อต้องการให้ได้น้ำฃลุกฃลิก...
m
เปิดไฟเร่งได้แล้วค่ะ ผัดหมูกับเครื่องแกง...

m
หลังจากนั้นชิมดูค่ะ...ได้รสชาติที่ต้องการแล้ว  ...

m
ใส่สะตอลงไปค่ะ..

m
ผัด 2 ตลบ...

m
ใส่พริกชี้ฟ้าลงไปค่ะ...

m
ตามด้วยใบมะกรูดหั่ยฝอย...

m
ใบโหระพา..

m
ปิดไฟเลยค่ะ...

m
ตักใส่จาน...

m

mmmm

ต้มยำหนางน้ำใส


 ต้มยำหนางน้ำใส 
เมื่อหลายวันก่อนไปตลาด เจอหนางหมู น่ากินมาก เลยซื้อมา 1 กิโล ราคา 70 บาท อยากเอามาต้มยำซดน้ำร้อนๆๆ ที่สำคัญอยากกินหนังหมูกับหยวกกล้วยด้วยค่ะ อิอิ มาค่ะมากินต้มยำหนางหมูกับเอิงนะคะ...


เครื่องปรุงมีหนาง...

"หนาง" หมายถึง อาหารประเภทหมักดอง ประกอบด้วย เนื้อเช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เป็นต้น ทำด้วยเนื้ออะไร ก็เรียก "หนาง" ชนิดนั้น เช่น หนางวัว หนางหมู ฯลฯ การปรุงต้องนำหนาง ไปปรุงอีกครั้งหนึ่ง บ้างก็ใส่กะทิ บ้างก้ไม่ใส่ อาจเพิ่มหยวก ตะไคร้ พริก ตามแต่สูตรใคร  ๆ หาทานได้จากร้านอาหารไทยประเภทร้านข้าวแกงทั่วไป เป็นอาหารพื้นบ้าน พื้นเมืองของภาคใต้ แบบ "บ้านๆ " ไม่เลิศหรูอะไร และมักจะมีขายตามตลาดนัดทั่วไป

 ความสำคัญของหนางหมู

         เป็นการถนอมอาหารของชาวภาคใต้ ช่วยให้สามารถเก็บรักษาอาหารไว้บริโภคได้นาน  โดยที่อาหารนั้นไม่สูญเสียคุณภาพ  การทำหนางหมูในสมัยก่อนเกิดจากภูมิปัญญาเพราะว่าหัวหมูในสมัยนั้นผู้คนไม่ นิยมรับประทาน จึงมีผู้คิดค้นวิธีทำให้หัวหมูรับประทานได้โดยนำเนื้อของหัวหมูมาหมักโดย คลุกกับเกลือและน้ำตาลแล้วนำไปหมักไว้  6-7 วัน ก็รับประทานได้ (บางท้องถิ่นก็มีการผสมผัก ประเภท หยวกกล้วย  หน่อไม้  ฟักเขียว เข้าไปด้วย) ทำหนาง ก็คือการทำเนื้อส้ม  นั่นเอง  โดยมีน้ำตาลเป็นตัวทำปฏิกิริยาให้เปรี้ยว

ที่มา...
http://gotoknow.org/blog/khaotalom/258156



bb

ตะไคร้...


หัวหอมบุบ ขมิ้นบุบ...
bbb
กระเทียมบุบ ใบมะกรูด ข่า...
แก้ไขเมื่อ 30 ส.ค. 53 19:37:45

bb
พริกสดบุบให้แตก...

b
เอาหม้อใส่น้ำพอประมาณ ใส่เครื่องต้มยำ แล้วตั้งไฟ...

b
ปล่อยให้เดือด สีเหลืองขมิ้น เริ่มออกแล้ว...

b
ใส่หนางลงไปค่ะ...


b
หยวกกล้วยน่ากิน อิอิ

b
ปล่อยให้เดือด ขอบอกว่า หอมมากๆๆๆ...

b
ชิมก่อน เพราะหนางจะมีรสเค็ม ถ้าจืดให้ใส่น้ำปลาลงไป...

b

น้ำกระเทียมดองจะช่วยประสานรสชาติ...

b

คนอร์ใส่ลงไป อร่อยแน่นอน 555

b


 
ความคิดเห็นที่ 28
คุณ : OverEat  ...ซดโล่งคอไปเลยค่ะพี่ เอิงไม่ค่อยชอบกินกะทิค่ะ...

..........................................................................................

ชิม ดูนะคะ ขาดรสชาติอะไรก็เติมตามใจชอบ ไม่ต้องเติมรสเปรี้ยว เพราะหนางจะมีรสเปรี้ยว เค็มค่ะ แต่ถ้าชอบเปรี้ยวจัดก็บีบมะนาวใส่สักนิด รับรอง หอม อร่อยค่ะ...
b

เสร็จแร่ะ ตักใส่ถ้วยเลยค่ะ พร้อมลุย ทำไม่ยากเลยค่ะ อิอิ เอิงกินแบบลูกทุ่ง เพราะขี้เกียจออกไปซื้อต้นหอม คื่นฉ่ายมาโรยหน้า อิอิ...
b
อีกมุม...

b
ทั้งหนังหมู เนื้อหมู หยวกกล้วย อร่อยๆๆๆ

b
รสชาติ จะเปรี้ยวนำ หอมกลิ่นหนาง อร่อยที่สุดเลยค่ะ...

b bbbb

Sunday, November 18, 2012

น้ำพริกแกงเผ็ด

น้ำพริกแกงเผ็ด



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• ลูกผักชีคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา
• พริกไทยเม็ด 5 เม็ด
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 5 เม็ด
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา
• ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
• ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
• รากผักชีหั่น 2 ช้อนชา
• กระเทียม 10 กลีบ
• หอมแดงซอย 5 หัว
• กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกลูกผักชี ยี่หร่า และพริกไทย ให้ละเอียด ใส่ถ้วย
2. โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และรากผักชี โขลกต่อให้ละเอียด ใส่กะเทียม หอมแดง โขลกให้ละเอียด ใส่เครื่องเทศที่โขลกและกะปิด โขลกให้เข้ากัน

น้ำพริกแกงมัสมั่น

น้ำพริกแกงมัสมั่น



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 3 เม็ด
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• ข่าแก่หั่นละเอียดคั่ว 1 ช้อนชา
• ตะไคร้ซอยคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมเผา 2 หัว
• หอมแดงเผา 5 หัว
• ลูกผักชีคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• ยี่หร่าคั่วป่น 1 ช้อนชา
• พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
• กานพลูคั่วป่น 2 ดอก
• กะปิ 1 ช้อนชา
วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ โขลกต่อให้ละเอียด
2. ใส่กระเทียมและหอมแดงเผา โขกต่อให้ละเอียด
3. ใส่ลูกผักชี ยี่หร่า พริกไทย กานพลู และกะปิ โขลกให้เข้ากัน

น้ำพริกแกงส้ม

น้ำพริกแกงส้ม




ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่สีแดง แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 6 เม็ด
• หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อปลานึ่งหรือกุ้งนึ่ง 50 กรัม
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกกับเกลือให้เข้ากันดี ใส่หอมแดง, กระเทียม และโขลกต่อจนผสมกันดี
2. เติมน้ำพริกเผา, เนื้อปลานึ่งหรือกุ้ง และโขลกจนเข้ากันดี

น้ำพริกเผา


น้ำพริกเผา



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่เผา 5 เม็ด
• เกลือป่น ½ ช้อนชา
• หอมแดงเผา 8 หัว
• กระเทียมเผา 6 กลีบ
• กะปิ 1 ช้อนชา
• กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย
• น้ำมันพืช 2 ถ้วย
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะขามเปียก 1 ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงเผา กระเทียมเผา และกะปิ โขลกต่อให้ละเอียด ตามด้วยกุ้งแห้ง โขลกเข้าด้วยกันพอทั่ว
2. นำน้ำพริกไปผัดกับน้ำมันให้หอม ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน

น้ำพริกแกงคั่ว

น้ำพริกแกงคั่ว



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 5 เม็ด
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา
• ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม 20 กลีบ
• หอมแดงซอย 10 หัว
• กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ โขลกต่อให้ละเอียด
2. ใส่กระเทียม หอมแดง โขลกให้ละเอียด ใส่กะปิ โขลกให้เข้ากัน

เทคนิคการปรุงอาหาร

เทคนิคการปรุงอาหาร


การปรุงอาหารไทยไม่ใช่ศาสตร์ที่ยากเกินไปสำหรับทุกคน รสชาติของอาหารไทยเกิดจากการปรุงรสอย่างกลมกล่อม ของเครื่องปรุงและวัตถุดิบ หลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรต่าง ๆ (ใบกะเพรา, พริก, ผักชี, ขิง, กะทิ, กระเทียม, หอมแดง, ใบมะกรูด, น้ำปลา และซิอิ๊ว เป็นต้น) ในการปรุงอาหารไทย มักจะใช้น้ำมันในการทำอาหารในปริมาณที่น้อย และผ่านการปรุงอย่างรวดเร็ว เพื่อคงไว้ถึงรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง ซึ่งวิธีการปรุงอาหารไทยหลักๆ มีรายละเอียดดังนี้












การปรุงอาหารด้วยวิธีการผัด (
STIR-FRYING ) : วิธี นี้เป็นวิธีปรุงอาหารที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ถ้าคุณไม่มีกระทะหลุมแบบที่ใช้กันโดยทั่วไป กระทะแบนสำหรับทอดก็สามารถใช้แทนกันได้ ก่อนการผัดทุกครั้งจะต้องตั้งไฟจนกระทะร้อนได้ที่ก่อนจะใส่วัตถุดิบ (เนื้อสัตว์ หรือ ผัก) ลงไปในกระทะ ในการผัดนั้น นิยมใช้ตะหลิว (ทั้งที่ทำจากโลหะ หรือไม้) เพื่อกลับอาหารในกระทะอย่างรวดเร็ว เมื่ออาหารสุก รีบปรุงรสและนำออกจากกระทะและเสิรฟขณะที่อาหารยังร้อนๆ เนื่องจากขั้นตอนการผัดนั้นมักจะใช้เวลาสั้น วัตถุดิบต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบอาหารประเภทนั้นจะต้องถูกเตรียม ให้พร้อมก่อนเริ่มการผัด ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อทำการผัดอาหารแล้วจะได้อาหารที่สุกพอดี ไม่ไหม้จากการที่ต้องเสียเวลาเตรียมวัตถุดิบอื่นๆขณะที่ผัดอาหาร เคล็ดลับที่สำคัญในการผัดอาหารทะเลนั้น เวลาผัดจะต้องใช้ไฟสูง และผัดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผิวด้านนอกของอาหารทะเลสุก ขณะที่ภายในยังนุ่ม (ปรุงงเกือบสุก - จะได้รสชาติดีที่สุด) อาหารทะเลที่ปรุงสุกเกินไปจะรสชาติไม่อร่อย ผิวแข็ง และกระด้าง















การปรุงอาหารด้วยวิธีการตุ๋น ( STEWING )
: การตุ๋นจะช่วยรักษาคุณประโยชน์ของสารอาหารไว้ได้เกือบครบ
ถ้วน โดยสารอาหารที่สำคัญจากเนื้อสัตว์ ผักและสมุนไพรต่างๆ จะยังคงอยู่ในน้ำที่ตุ๋นอาหาร เนื้อสัตว์ที่หยาบกระด้างเมื่อผ่านการตุ๋นแล้วจะทำให้เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ในการตุ๋นอาหารโดยทั่วไป เนื้อสัตว์มักจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดใกล้เคียงกัน และเติมน้ำลงไปพอท่วมเนื้อ และใส่ในหม้อต้มปิดด้วยฝาที่สนิท ตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อค่อยๆตุ๋นให้วัตถุดิบภายในสุกอย่างช้าๆ น้ำที่ได้จากการตุ๋นสามารถใช้เสิรฟกับอาหารในลักษณะน้ำราดได้อีกด้วย














การปรุงอาหารด้วยวิธีการนึ่ง ( STEAMING )
: ในการปรุงอาหารด้วยวิธีนึ่งนั้น อาหารจะถูกปรุงให้สุกโดยใช้ไอน้ำที่เกิดจากการต้มน้ำภายใต้อาหารนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอาหารจะไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับน้ำที่ต้ม ซึ่งจะส่งผลให้คุณค่าของสารอาหารยังคงอยู่กับอาหารอย่างครบถ้วน และที่สำคัญในการนึ่งนั้นแทบจะไม่ต้องเติมน้ำมันลงไปในการนึ่งเลย ทำให้การนึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการนึ่งอาหารให้รสชาติดีนั้น วัตถุดิบที่ใช้จะต้องสดมากๆ การนึ่งอาหารโดยทั่วไปจะต้องมีจานที่สามารถทนความร้อน (ทำจากเซรามิก, แก้ว, กระเบื้องก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้จานที่ทำจากพลาสติกหรือเมลามีน) และต้องมีซึ้ง (Steamer) โดยใส่น้ำต้มให้เดือดและนำอาหารที่ต้องการนึ่งวางบนจานทนความร้อนและใส่เข้า ไปในซึ้ง และปิดฝาให้สนิท



การปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด ( DEEP FRYING )
: วิธีการทอดนั้นจะทำให้อาหารสุกโดยการใส่เนื้อสัตว์หรือผักลงไปในน้ำมันที่ ตั้งจนร้อน ปริมาณน้ำมันที่ใส่จะต้องมากพอที่จะท่วมอาหารที่จะนำไปทอด การทอดนั้นนิยมทอดในกระทะแบบหลุมหรือกระทะชนิดแบนก็ได้ อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ในการทอดเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันไม่ร้อน เมื่อใส่อาหารลงไปทอด จะส่งผลให้อาหารอมน้ำมันและไม่น่ารับประทาน ขณะเดียวกันถ้าอุณหภูมิน้ำมันสูงเกินไป อาหารที่นำไปทอดก็จะไหม้ อุณหภูมิน้ำมันที่เหมาะสำหรับการทอดอยู่ที่ 180 องศาเซลเซียส (หรือประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์) เมื่อทอดเสร็จแล้วควรสะเด็ดน้ำมันออกจากอาหารที่ทอด ตะแกรงลวดโลหะเป็นที่นิยมใช้ในการสะเด็ดน้ำมัน นอกจากนั้นกระดาษซับน้ำมันก็สามารถใช้ดูดซับน้ำมันออกจากอาหารที่ทอดได้ อาหารที่ผ่านการสะเด็ดน้ำมันเป็นอย่างดีจะช่วยคงความกรอบให้ยาวนานขึ้นอีก ด้วย
การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่าง ( GRILLING ) : การ ปรุงอาหารด้วยวิธีการ ย่างนั้น จะนำอาหารที่ต้องการปรุงให้สุก วางไว้บนไฟหรือความร้อน ซึ่งอาจเป็นเตาถ่าน, เตาไฟฟ้า บางครั้งอาจใช้เตาอบ หรือตั้งกระทะไว้บนไฟในการย่างอาหารก็ได้ ในการย่างอาหารไทยนั้น อาหารอาจถูกย่างโดยตรงกับไฟ หรืออาจห่อด้วย ใบไม้หรือฟลอยส์อลูมิเนียม สำหรับใบไม้ที่นิยมใช้นั้นก็มีใบตอง และใบเตย ซึ่งอาหารที่ห่อและนำไปย่างจะมีกลิ่นหอม ชวนน่ารับประทาน การย่างที่ถูกต้องนั้น จะต้องมีการกระจายความร้อนให้ทั่วอาหารเพื่อไม่ให้อาหารไหม้ ดังนั้นการกลับหน้าอาหารจึงมีความจำเป็น เคล็ดลับการย่างเนื้อสัตว์ให้อร่อยต้องย่างให้ผิวภายนอกให้สุก และพยายามให้เนื้อภายในเกือบสุก
ด้วยวิธีนี้จะได้เนื้อที่นุ่ม ไม่หยาบกระด้าง และน่าทานเป็นอย่างมาก


การปรุงอาหารด้วยวิธีการยำ ( SALADS ) : อาหารที่ปรุงด้วยวิธีการยำนั้น จำเป็นต้องเน้นรสชาติที่จัด และ เน้นเครื่องปรุง วัตถุดิบที่สดมากๆ รสชาติอาหารยำจะเป็นการผสมผสานกันของรสเปรี้ยว, รสเค็ม และรสเผ็ดร้อนของพริก ขณะที่การเพิ่มรสหวานนิดหน่อยจะช่วยทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น สำหรับรสชาติของอาหารยำนั้นสามารถปรับได้ตามประเภทของอาหาร ในขั้นตอนการยำ วัตถุดิบต่างๆจะถูกหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปลวกน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว ในการคลุกวัตถุดิบและเครื่องปรุงเข้าด้วยกัน ต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาหารจะเละ ไม่น่ารับประทาน เมื่อยำอาหารเสร็จแล้ว ต้องรีบเสิรฟทันที อาหารที่ยำเสร็จแล้วปล่อยทิ้งๆไว้นานๆรสชาติของอาหารจะไม่อร่อย เนื่องจากวัตถุดิบที่อยู่ในอาหารจะดูดน้ำยำไปจนหมด ทำให้เสียรสชาติเดิมที่ยำเสร็จใหม่ๆ