Sunday, November 18, 2012

น้ำพริกแกงเผ็ด

น้ำพริกแกงเผ็ด



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• ลูกผักชีคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา
• พริกไทยเม็ด 5 เม็ด
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 5 เม็ด
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา
• ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
• ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
• รากผักชีหั่น 2 ช้อนชา
• กระเทียม 10 กลีบ
• หอมแดงซอย 5 หัว
• กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกลูกผักชี ยี่หร่า และพริกไทย ให้ละเอียด ใส่ถ้วย
2. โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และรากผักชี โขลกต่อให้ละเอียด ใส่กะเทียม หอมแดง โขลกให้ละเอียด ใส่เครื่องเทศที่โขลกและกะปิด โขลกให้เข้ากัน

น้ำพริกแกงมัสมั่น

น้ำพริกแกงมัสมั่น



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 3 เม็ด
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• ข่าแก่หั่นละเอียดคั่ว 1 ช้อนชา
• ตะไคร้ซอยคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมเผา 2 หัว
• หอมแดงเผา 5 หัว
• ลูกผักชีคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• ยี่หร่าคั่วป่น 1 ช้อนชา
• พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
• กานพลูคั่วป่น 2 ดอก
• กะปิ 1 ช้อนชา
วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ โขลกต่อให้ละเอียด
2. ใส่กระเทียมและหอมแดงเผา โขกต่อให้ละเอียด
3. ใส่ลูกผักชี ยี่หร่า พริกไทย กานพลู และกะปิ โขลกให้เข้ากัน

น้ำพริกแกงส้ม

น้ำพริกแกงส้ม




ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่สีแดง แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 6 เม็ด
• หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อปลานึ่งหรือกุ้งนึ่ง 50 กรัม
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกกับเกลือให้เข้ากันดี ใส่หอมแดง, กระเทียม และโขลกต่อจนผสมกันดี
2. เติมน้ำพริกเผา, เนื้อปลานึ่งหรือกุ้ง และโขลกจนเข้ากันดี

น้ำพริกเผา


น้ำพริกเผา



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่เผา 5 เม็ด
• เกลือป่น ½ ช้อนชา
• หอมแดงเผา 8 หัว
• กระเทียมเผา 6 กลีบ
• กะปิ 1 ช้อนชา
• กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย
• น้ำมันพืช 2 ถ้วย
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะขามเปียก 1 ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงเผา กระเทียมเผา และกะปิ โขลกต่อให้ละเอียด ตามด้วยกุ้งแห้ง โขลกเข้าด้วยกันพอทั่ว
2. นำน้ำพริกไปผัดกับน้ำมันให้หอม ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน

น้ำพริกแกงคั่ว

น้ำพริกแกงคั่ว



ส่วนผสม น้ำพริก + เครื่องแกง :
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม 5 เม็ด
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา
• ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม 20 กลีบ
• หอมแดงซอย 10 หัว
• กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ น้ำพริก+เครื่องแกง :
1. โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ โขลกต่อให้ละเอียด
2. ใส่กระเทียม หอมแดง โขลกให้ละเอียด ใส่กะปิ โขลกให้เข้ากัน

เทคนิคการปรุงอาหาร

เทคนิคการปรุงอาหาร


การปรุงอาหารไทยไม่ใช่ศาสตร์ที่ยากเกินไปสำหรับทุกคน รสชาติของอาหารไทยเกิดจากการปรุงรสอย่างกลมกล่อม ของเครื่องปรุงและวัตถุดิบ หลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรต่าง ๆ (ใบกะเพรา, พริก, ผักชี, ขิง, กะทิ, กระเทียม, หอมแดง, ใบมะกรูด, น้ำปลา และซิอิ๊ว เป็นต้น) ในการปรุงอาหารไทย มักจะใช้น้ำมันในการทำอาหารในปริมาณที่น้อย และผ่านการปรุงอย่างรวดเร็ว เพื่อคงไว้ถึงรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง ซึ่งวิธีการปรุงอาหารไทยหลักๆ มีรายละเอียดดังนี้












การปรุงอาหารด้วยวิธีการผัด (
STIR-FRYING ) : วิธี นี้เป็นวิธีปรุงอาหารที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ถ้าคุณไม่มีกระทะหลุมแบบที่ใช้กันโดยทั่วไป กระทะแบนสำหรับทอดก็สามารถใช้แทนกันได้ ก่อนการผัดทุกครั้งจะต้องตั้งไฟจนกระทะร้อนได้ที่ก่อนจะใส่วัตถุดิบ (เนื้อสัตว์ หรือ ผัก) ลงไปในกระทะ ในการผัดนั้น นิยมใช้ตะหลิว (ทั้งที่ทำจากโลหะ หรือไม้) เพื่อกลับอาหารในกระทะอย่างรวดเร็ว เมื่ออาหารสุก รีบปรุงรสและนำออกจากกระทะและเสิรฟขณะที่อาหารยังร้อนๆ เนื่องจากขั้นตอนการผัดนั้นมักจะใช้เวลาสั้น วัตถุดิบต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบอาหารประเภทนั้นจะต้องถูกเตรียม ให้พร้อมก่อนเริ่มการผัด ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อทำการผัดอาหารแล้วจะได้อาหารที่สุกพอดี ไม่ไหม้จากการที่ต้องเสียเวลาเตรียมวัตถุดิบอื่นๆขณะที่ผัดอาหาร เคล็ดลับที่สำคัญในการผัดอาหารทะเลนั้น เวลาผัดจะต้องใช้ไฟสูง และผัดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผิวด้านนอกของอาหารทะเลสุก ขณะที่ภายในยังนุ่ม (ปรุงงเกือบสุก - จะได้รสชาติดีที่สุด) อาหารทะเลที่ปรุงสุกเกินไปจะรสชาติไม่อร่อย ผิวแข็ง และกระด้าง















การปรุงอาหารด้วยวิธีการตุ๋น ( STEWING )
: การตุ๋นจะช่วยรักษาคุณประโยชน์ของสารอาหารไว้ได้เกือบครบ
ถ้วน โดยสารอาหารที่สำคัญจากเนื้อสัตว์ ผักและสมุนไพรต่างๆ จะยังคงอยู่ในน้ำที่ตุ๋นอาหาร เนื้อสัตว์ที่หยาบกระด้างเมื่อผ่านการตุ๋นแล้วจะทำให้เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ในการตุ๋นอาหารโดยทั่วไป เนื้อสัตว์มักจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดใกล้เคียงกัน และเติมน้ำลงไปพอท่วมเนื้อ และใส่ในหม้อต้มปิดด้วยฝาที่สนิท ตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อค่อยๆตุ๋นให้วัตถุดิบภายในสุกอย่างช้าๆ น้ำที่ได้จากการตุ๋นสามารถใช้เสิรฟกับอาหารในลักษณะน้ำราดได้อีกด้วย














การปรุงอาหารด้วยวิธีการนึ่ง ( STEAMING )
: ในการปรุงอาหารด้วยวิธีนึ่งนั้น อาหารจะถูกปรุงให้สุกโดยใช้ไอน้ำที่เกิดจากการต้มน้ำภายใต้อาหารนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอาหารจะไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับน้ำที่ต้ม ซึ่งจะส่งผลให้คุณค่าของสารอาหารยังคงอยู่กับอาหารอย่างครบถ้วน และที่สำคัญในการนึ่งนั้นแทบจะไม่ต้องเติมน้ำมันลงไปในการนึ่งเลย ทำให้การนึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการนึ่งอาหารให้รสชาติดีนั้น วัตถุดิบที่ใช้จะต้องสดมากๆ การนึ่งอาหารโดยทั่วไปจะต้องมีจานที่สามารถทนความร้อน (ทำจากเซรามิก, แก้ว, กระเบื้องก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้จานที่ทำจากพลาสติกหรือเมลามีน) และต้องมีซึ้ง (Steamer) โดยใส่น้ำต้มให้เดือดและนำอาหารที่ต้องการนึ่งวางบนจานทนความร้อนและใส่เข้า ไปในซึ้ง และปิดฝาให้สนิท



การปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด ( DEEP FRYING )
: วิธีการทอดนั้นจะทำให้อาหารสุกโดยการใส่เนื้อสัตว์หรือผักลงไปในน้ำมันที่ ตั้งจนร้อน ปริมาณน้ำมันที่ใส่จะต้องมากพอที่จะท่วมอาหารที่จะนำไปทอด การทอดนั้นนิยมทอดในกระทะแบบหลุมหรือกระทะชนิดแบนก็ได้ อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ในการทอดเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันไม่ร้อน เมื่อใส่อาหารลงไปทอด จะส่งผลให้อาหารอมน้ำมันและไม่น่ารับประทาน ขณะเดียวกันถ้าอุณหภูมิน้ำมันสูงเกินไป อาหารที่นำไปทอดก็จะไหม้ อุณหภูมิน้ำมันที่เหมาะสำหรับการทอดอยู่ที่ 180 องศาเซลเซียส (หรือประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์) เมื่อทอดเสร็จแล้วควรสะเด็ดน้ำมันออกจากอาหารที่ทอด ตะแกรงลวดโลหะเป็นที่นิยมใช้ในการสะเด็ดน้ำมัน นอกจากนั้นกระดาษซับน้ำมันก็สามารถใช้ดูดซับน้ำมันออกจากอาหารที่ทอดได้ อาหารที่ผ่านการสะเด็ดน้ำมันเป็นอย่างดีจะช่วยคงความกรอบให้ยาวนานขึ้นอีก ด้วย
การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่าง ( GRILLING ) : การ ปรุงอาหารด้วยวิธีการ ย่างนั้น จะนำอาหารที่ต้องการปรุงให้สุก วางไว้บนไฟหรือความร้อน ซึ่งอาจเป็นเตาถ่าน, เตาไฟฟ้า บางครั้งอาจใช้เตาอบ หรือตั้งกระทะไว้บนไฟในการย่างอาหารก็ได้ ในการย่างอาหารไทยนั้น อาหารอาจถูกย่างโดยตรงกับไฟ หรืออาจห่อด้วย ใบไม้หรือฟลอยส์อลูมิเนียม สำหรับใบไม้ที่นิยมใช้นั้นก็มีใบตอง และใบเตย ซึ่งอาหารที่ห่อและนำไปย่างจะมีกลิ่นหอม ชวนน่ารับประทาน การย่างที่ถูกต้องนั้น จะต้องมีการกระจายความร้อนให้ทั่วอาหารเพื่อไม่ให้อาหารไหม้ ดังนั้นการกลับหน้าอาหารจึงมีความจำเป็น เคล็ดลับการย่างเนื้อสัตว์ให้อร่อยต้องย่างให้ผิวภายนอกให้สุก และพยายามให้เนื้อภายในเกือบสุก
ด้วยวิธีนี้จะได้เนื้อที่นุ่ม ไม่หยาบกระด้าง และน่าทานเป็นอย่างมาก


การปรุงอาหารด้วยวิธีการยำ ( SALADS ) : อาหารที่ปรุงด้วยวิธีการยำนั้น จำเป็นต้องเน้นรสชาติที่จัด และ เน้นเครื่องปรุง วัตถุดิบที่สดมากๆ รสชาติอาหารยำจะเป็นการผสมผสานกันของรสเปรี้ยว, รสเค็ม และรสเผ็ดร้อนของพริก ขณะที่การเพิ่มรสหวานนิดหน่อยจะช่วยทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น สำหรับรสชาติของอาหารยำนั้นสามารถปรับได้ตามประเภทของอาหาร ในขั้นตอนการยำ วัตถุดิบต่างๆจะถูกหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปลวกน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว ในการคลุกวัตถุดิบและเครื่องปรุงเข้าด้วยกัน ต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาหารจะเละ ไม่น่ารับประทาน เมื่อยำอาหารเสร็จแล้ว ต้องรีบเสิรฟทันที อาหารที่ยำเสร็จแล้วปล่อยทิ้งๆไว้นานๆรสชาติของอาหารจะไม่อร่อย เนื่องจากวัตถุดิบที่อยู่ในอาหารจะดูดน้ำยำไปจนหมด ทำให้เสียรสชาติเดิมที่ยำเสร็จใหม่ๆ

Monday, October 29, 2012

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า



เครื่องปรุง
เส้นสปาเก็ตตี้ 100 กรัม
เบคอน 50กรัม
ไข่แดง 1 ฟอง
ครีม 50 มิลลิลิตร
ชีสพามาซาน 10 กรัม (แนะนำให้ใช้ชีสสดจะอร่อยกว่าชีสกระป๋องเยอะ)
หัวหอม 1/2 ลูก
แฮม 1 แผ่น


วิธีทำ

1. ต้มเส้นก่อน โดยที่ต้มน้ำให้เดือด ตามด้วยเกลือ และน้ำมันเล็กน้อย แล้วเอาเส้นลงไปต้มซักประมาณ 8 นาที (สำหรับเส้นแข็ง) หรือ 3 นาทีสำหรับเส้นสด ให้เส้นสุกแบบหนึบๆตรงกลางเล็กน้อย (ลองชิมเอาเลยค่ะ ว่าชอบเส้นหนึบแค่ไหน)

2. ระหว่างต้ม หั่น เบคอนเป็นชิ้นหนาประมาณ 1.5 ซม. แล้วเอาไปทอด (จะเอาเบคอนมากกว่านี้ก็ได้ไม่ว่ากัน) เนื่องจากเบคอนมันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมันเวลาทอด

3. หั่นหัวหอมเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นแฮมเป็นชิ้นขนาดพอคำ

4. ตีครีม กับไข่และชีสให้เข้ากัน

5. หลังจากเบคอนสุกดีแล้ว เอาเบคอนขึ้นมา แต่ไม่ต้องเอาน้ำมันเบคอนออก ให้เอาหัวหอมลงไปผัด พอสุก ตามด้วยแฮม ข้อสำคัญคืออย่าใช้ไฟแรงเด็ดขาด เดี๋ยวหัวหอมไหม้ เอาแค่พอสุก (หัวหอมเป็นสีใสๆ) ก็พอ

6. เอาเส้นสุกลงผัดพร้อมหัวหอมและแฮม ผัดไปซักระยะ ยกออกจากเตาแล้วใส่ ส่วนผสมของครีมกับไข่และชีสที่ตีไว้ในข้อ 4 ใส่กระทะทันที แล้วคลุกให้เข้ากัน จะเริ่มหนืดๆ(บางคนอาจจะไม่ยกออกจากเตาก็ได้ แต่ข้อควรจำคืออย่าใช้ไฟแรงเด็ดขาด เพราะถ้าไฟแรงไป ไข่ในครีมจะสุกเป็นก้อนๆ)

7. พอเริ่มหนืดๆ ได้ที่แล้วก็ยกลง โรยด้วย เบคอนกรอบ เพื่อความไฮโซ อาจจะโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งสับละเอียดก็ได้นะ

หมูอบน้ำผึ้ง

หมูอบน้ำผึ้ง
ส่วนผสม

สันคอหมู 1 กิโลกรัม
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำผึ้ง ½ ถ้วย
น้ำเปล่า 2 ถ้วย 

วิธีทำไก่อบน้ำผึ้ง

1. นำสันคอหมูมาล้างน้ำให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 นิ้ว

2. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดลงในชามผสมแล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
3. นำเนื้อหมูที่หั่นไว้ใส่ลงในชามผสม คลุกเคล้าเครื่องปรุงให้ทั่วชิ้นหมู หมักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืนในตู้เย็น
4. นำหม้อมาตั้งไฟปานกลาง ใส่หมูที่หมักไว้ลงไป เทเครื่องปรุงที่หมักไว้ลงไปด้วยแล้วเติมน้ำลงไปให้ท่วมหมู
5. ปิดฝาหม้อแล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนเนื้อหมูนุ่ม ระหว่างนั้นก็กลับด้านหมูเป็นระยะ จากนั้น เปิดฝาหม้อ ลดไฟลงเหลือไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวไปจนน้ำซอสงวดจึงปิดเตาและยกลงได้
6. ตักหมูอบน้ำผึ้งใส่จาน โรยด้วยต้นหอมซอยเล็กน้อย จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ไก่กรอบราดซอสครีมมะนาว

ไก่กรอบราดซอสครีมมะนาว 


ส่วนผสม

ซอสมะนาว

ไข่แดง 3 ฟอง
นมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 4-6 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
มายองเนส 3 ช้อนโต๊ะ
ครีมเทียม 2-3 ช้อนชา

วิธีทำซอสมะนาว

1.ตีไข่แดงกับเกลือป่นจนขึ้นฟู ใส่มายองเนส นมข้นหวาน ครีมเทียมน้ำมะนาว ตีให้เข้ากัน
2.จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟที่ไฟอ่อน ประมาณ 15-20 วินาที นำออกจากเตา ใส่กล่องพลาสติกที่มีฝาปิด แล้วใส่ตู้เย็นไว้ในช่องเย็นธรรมดา รอไว้ราดไก่กรอบ 

ส่วนผสมไก่กรอบ

เนื้อไก่สันใน 3-4 ชิ้น (สำหรับทาน 2 คน)
แป้งโกกิ
เกล็ดขนมปัง
เม็ดพริกไทย 20 เม็ด
ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
ไข่ขาว (ได้จากการแยกไข่แดงตอนทำซอสมะนาว)
ใบคะน้า สำหรับเป็นเครื่องเคียง

วิธีทำไก่กรอบ

1.เริ่มจากนำไก่ล้างให้สะเด็ดน้ำ ทุบให้แบนเล็กน้อย หั่นเป็นชิ้นพอคำ
2.คลุกด้วยเกลือป่น ซีอิ๊วขาวและพริกไทยป่น แป้งโกกิเล็กน้อย หมักทิ้งไว้สัก 20 นาที นำมาชุบไข่ขาว แล้วมาคลุกด้วยเกล็ดขนมปัง
3. ทอดให้เหลืองพอกรอบ ไม่ต้องเกรียมมาก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
4. นำคะน้ามาเลาะก้านออก ม้วนและหั่นเป็นฝอยๆ ลงทอดในน้ำมันร้อน ให้สีสม่ำเสมอ
5.นำมาพักไว้ในจานที่มกระดาษซับน้ำมัน จัดเสิร์ฟโดยเอาคะน้ากรอบไว้ล่างสุด ตามด้วยไก่กรอบราดซอสมะนาว แล้วแต่งหน้าด้วยมะนาวหั่นแว่นบางๆ

"นีน่า-นันทิยา" กุ้งผัดขึ้นฉ่ายฝรั่ง

"นีน่า-นันทิยา" กุ้งผัดขึ้นฉ่ายฝรั่ง

“การทําอาหาร” นั้นไม่ใช่เรื่องโปรด


 
       ของ  “นีน่า-นันทิยา สุคัมภีรานนท์” สักเท่าไรนัก แต่ถ้าได้ “ลงครัว” แล้ว ลูกๆ ของ “คุณนีน่า” จะดีใจเป็นพิเศษ นั่นหมายถึงการที่จะได้ทานอาหารอร่อยๆ ค่ะ
“อาหารที่ทําให้ลูกทานก็คือ ‘แฮมเบอร์เกอร์’ สูตรเฉพาะตัวค่ะ จริงๆ ถามว่าอาหารไทยทําได้มั้ย ทําได้นะเพราะเราจะช่วยคุณแม่ทําอาหารบ่อยๆ ก็จะรู้วิธีการทําเบื้องต้น แต่ว่าจะอร่อยหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง”...“นีน่า-   นันทิยา” กล่าวถ่อมตัวในเรื่อง ฝีมือการทําอาหาร
“ที่เลือกเมนูนี้มาทําโชว์ เพราะว่ากุ้งเป็นอาหารที่เบาและทานง่าย เพราะฉะนั้นคนที่ทานจะได้อาหารครบหมู่ เมนูนี้เด็กๆ ก็ทานได้เนื่องจากรสชาติไม่จัดค่ะ ใครที่ไม่เคยทําอาหาร นีน่าอยากให้ลองทําดูนะคะ จริงๆ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และเป็นกิจกรรมที่ให้ความสามัคคีด้วยค่ะ” เธอกล่าวเสียงปลื้ม

ส่วนประกอบ
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง, กุ้งแชบ๊วย, ขิงแก่หั่นแว่นเล็กๆ 3-4 แว่น, แครอท 3-4 แว่น, ต้นหอม 1 ต้น, กระเทียมสับ 2 กลีบ, เหล้าจีน 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำซุป 1/2 ถ้วย, น้ำตาล 1/2 ช้อนชา, เกลือ 1/3 ช้อนชา, พริกไทย 1/2 ช้อนชา, ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา, แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทํา
ใส่น้ำมันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ  รอจนร้อนใส่กระเทียม ขิง แครอท และกุ้งลงไป ผัดจนเกือบสุก จากนั้นใส่ขึ้นฉ่ายฝรั่ง เหล้าจีน น้ำซุป รวมทั้งเครื่องปรุงลงไป รอจนเครื่องปรุงเข้าเนื้อกุ้งและขึ้นฉ่าย สุดท้ายให้ละลายแป้งมันในน้ำ คนเร็วๆ จากนั้นก็ใส่ต้นหอมลงไปเป็นอันเสร็จพิธี♦